โถพ่อ! “อาซาร์” เจ็บอีกแล้ว ชวดช่วยราชัน ดวล อตาลันต้า ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

“เอแด็น อาซาร์” บาดเจ็บ พลาดลงสนามช่วยกลุ่มปะทะอตาลันต้า ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กึ่งกลางสัปดาห์นี้

‘มาร์ก้า’ รายงานสถานการณ์จากแคมป์ฝึกหัดของ เรอัล มาดริด ว่า เอแด็น อาซาร์ ไม่มีส่วนร่วมกับการฝึกฝนตอนเวลาเช้าวันจันทร์ก่อนหน้านี้เนื่องด้วยมีปัญหาที่กล้ามเนื้อต้นขาขวาอีกครั้งแล้วก็จะพลาดเกมต่อกร อตาลันต้า บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 กลุ่ม นัดหมายสอง วันอังคารนี้

อาซาร์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาจนจำต้องพักลำแข้งไปราว 6 สัปดาห์ ก่อนฟิตกลับมาลงเล่นฐานะสำรองในเกมชนะ เอลเช่ 2-1 เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ โดยลงเล่นช่วง 15 นาทีสุดท้ายแทน วินิซิอุส จูเนียร์ ตามแผนของ ซีเนดีน ซีดาน ที่ต้องการที่จะให้นักเตะลงเล่นช่วงใดช่วงหนึ่งของเกม ล่าสุด อาซาร์ พลาดการลงฝึกหัดในตอนเวลาเช้าวันจันทร์ก่อนหน้านี้ เนื่องด้วยมีปัญหาที่กล้ามเนื้อต้นขาขวาอีกครั้ง
ซีดาน พูดถึง อาซาร์ ‘เขาจะไม่อยู่กับเราในเกมนี้ แม้กระนั้นผมเป็นคนมองโลกแง่ดี ผมหวังว่ามันจะเป็นเพียงแค่การบาดเจ็บน้อย’

ระหว่างที่สมาคมออกคำแถลงรับรองเพิ่มเติมอีกว่า ‘ข้างหลังการทดลองในวันนี้กับผู้เล่นของพวกเรา เอแด็น อาซาร์ โดยกลุ่มแพทย์ของ เรอัล มาดริด ได่วิเคราะห์ว่าเขามีลักษณะบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขาขวา แล้วก็จะมีการประเมินกันถัดไป’

เรอัล มาดริด กำลังเตรียมพร้อมสำหรับเกมต่อกร อตาลันต้า ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 กลุ่ม นัดหมายสอง วันอังคารนี้ ข้างหลังกลุ่มชุดขาวบุกไปคว้าชัยชนะในเกมแรกที่แบร์กาโม่ 1-0 อย่างไรก็ดียังมีข่าวดีสำหรับ ซีดาน เมื่อ มาร์เซโล่ วิเอยร่า ตัวบุกปีกซ้ายชาวบราซิเลียนสามารถกลับมาลงฝึกพร้อมเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มแล้ว

ม้าลาย ทำช็อก! แพ้ เบเนเวนโต คารัง 0-1 บอลกัลโช่เซเรีย อา

การแข่งขันบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020-21 คู่ที่น่าสนใจ “ม้าลาย” ยูเวนตุๆส ชั้น 3 ของตาราง เปิดสนามอัลลิอันซ์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ เบเนเวนโต ชั้น 16 ของตาราง

ยูเวนตุๆส มีโอกาสแซงเอซี มิลาน ที่แข่งขันทีหลังขึ้นไปอยู่ชั้น 2 หลังมีแต้มห่างกันเพียงแค่คะแนนเดียว วันนี้จะจะไม่มี ฮวน กวาดราโด้ ที่ติดโทษแบน ระหว่างที่ เปาโล ดิบาลา, เมริห์ เดมิรัล รวมทั้ง อารอน แรมซี่ย์ ยังไม่หายเจ็บ แต่ว่าจะได้ โรดริโก เบนทานคูร์ หายจากโควิด-19 กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง

ในช่วงเวลาที่ เบเนเวนโต้ ขาดตัวหลักอย่าง ขว้างสกวาเล่ ชิอัตตาเรลล่า รวมทั้ง ค้างไม่ล กลิค ที่ติดโทษแบน ระหว่างที่ ฟาบิโอ เดเปาลี, แกตาโน เลติเตียนเซีย รวมทั้งยาโก ฟัลเก มีอาการเจ็บรบกวน

ผลปรากฏว่า ยูเวนตุๆส เสียท่าแพ้ เบเนเวนโต ไปแบบเฉียด 0-1 โดย เบเนเวนโต ได้ประตูในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ผู้เล่นยูเวนตุๆสส่งบอลขวางสนามพลาดมาเข้าทาง อดอลโฟ เกรชห์ ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด
ดังนี้ จากความปราชัยดังที่กล่าวผ่านมาแล้วทำให้ ยูเวนตุๆส มี 55 คะแนนเท่าเดิม รั้งชั้น 3 ต่อไป ชวดขึ้นรองผู้นำฝูงอย่างโชคร้าย ส่วน เบเนเวนโต เก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนน แต่ว่ายังรั้งชั้น 16

ผลคู่อื่น
– เวโรที่นา แพ้ อตาลันตา 0-2
– ซามพ์โดเรีย ชนะ โตริโน 1-0
– อูดิเนเซ แพ้ ลาซิโอ 0-1

รอดตายเฉียด! ดอร์ทมุนด์ โรคหืดจับบุกตีเจ๊า โคโลญจน์ นาทีด้านหลัง 2-2

การแข่งขัน บอล บุนเดสลีกา เยอรมนี คู่ระหว่าง “แพะบ้า” วัวโลญจน์ เปิดบ้านเจอกับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 20 มี.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา

เปิดเกมมาแค่เพียง 3 นาที กลุ่มเยี่ยมลุยในทันที เอ็มเร่ ระเบียง วางบอลยาวขึ้นหน้าให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ หลุดเข้าไปซัดสวนตัว ทิโม ฮอร์น ตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 23 เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูตีเสมอ อิสมาอิล ยาค็อบส์ ไหลบอลเข้าจุดโทษให้ โยนาส เฮคเตอร์ ที่เพิ่มเติมขึ้นมาซัดบินผ่านคานออกไป

นาทีที่ 34 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ จู๊ด เบลลิงหมูแฮม ทำแฮนด์บอลในจุดโทษ ผู้ตัดสินดู VAR แล้วการันตีคำเดิม ก่อนที่จะ ดูด้า รับหน้าที่ฆ่าเข้าประตูไปไม่เหลือ วัวโลญจน์ ตีเสมอ 1-1 พร้อมหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 กลุ่มเยี่ยมได้ลุ้นอีกทีจากลูกฟรีคิก ยักษ์มูด ดาฮูด บรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งเข้าพบประตูแม้กระนั้น ทิโม ฮอร์น พุ่งเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 65 แปลงเป็น วัวโลญจน์ ที่มาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะที่ โดมินิค แดร็กซ์เลอร์ แทงทะลุช่อง ก่อนที่จะ อิสมาอิล ยาค็อบส์ จะฉุดกระชากหนีตัวประกบและยิงเข้าประตูไป
ด้านหลังเกมนาทีที่ 90 กลุ่มเยี่ยมไม่ยินยอมกล้วยๆอันส์การ์ คเนาฟฟ์ หลุดมาทางริมเส้นก่อนเปิดเข้าไปในจุดโทษให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ล้นเข้าซัดตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ

จบเกม “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ บุกไล่ตีเสมอ วัวโลญจน์ แบบโรคหืดจับ 2-2 เก็บเพิ่มได้เพียงแค่ 1 แต้ม รั้งชั้น 5 อย่างที่เคย

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
วัวโลญจน์ : ทิโม ฮอร์น, คิงส์ลี่ย์ เอฮีซีบูเอ้ (เบนโน ชมิทซ์ น.82), ฆอร์เก้ เมเร่, ราฟาเอล ชิชอส, โนอาห์ คัทเทอร์บัค, มาริอุส โวล์ฟ (ยาน ทิลล์มันน์ น.87), โยนาส เฮคเตอร์ (เอลวิส เร็กซ์เบชาจ์ น.82), เอลเยส ชักห์รี, อิสมาอิล ยาค็อบส์, โดมินิค แดร็กซ์เลอร์, ออนเดรย์ ดูด้า (ซาลีห์ เอิซระเบียง น.90+3)
ดอร์ทมุนด์ : มาร์วิน ฮิทซ์, โธมัส เมอนิเย่ร์ (อันส์การ์ คเนาฟฟ์ น.80), เอ็มเร่ ระเบียง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, นิโก้ ยกลซ์, โจวานนี่ เรย์น่า (ไรเนียร์ น 66), จู๊ด เบลลิงหมูแฮม, ยักษ์มูด ดาฮูด (มานูเอล อาคานจี น.88), ยูมัน บรันด์ท (ยูซูฟา มูโกโก น.46), ธอร์ก็อง อาซาร์, เออร์ลิง ฮาแลนด์

ไม่พลาด! เชลซี เปิดบ้านอัด เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 ฉลุย 4 กลุ่ม เอฟเอคัพ

การแข่งขัน ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง เชลซี เจอกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค. 2564

เปิดเกมมาเพียงนาทีแรก เชฟฯ ยูไนเต็ด ได้ช่องทักทายก่อน เดวิด แม็คโกลดริค สับไกหน้าเขตโทษแต่ว่าบอลยังตรงตัว เกปา อาร์ริซาบาลาก้า รับเข้าซองได้อย่างไม่ยากเย็น

นาทีที่ 24 เชลซี เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ ครึ่งยิงครึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด บากบั่นสกัดแต่ว่าโดนไม่ดีบอลไถลเปลี่ยนแปลงทางเข้าประตูตนเอง กับหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 49 “สิงห์บลูส์” เจ้าถิ่นมาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก เมสัน เมาท์ วิ่งเข้ากดด้วยขวาแต่ว่าบอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไปอย่างโชคร้าย

นาทีที่ 67 ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอ จอห์น ลันด์สแทรม เปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษ เดวิด แม็คโกลดริค เทกตัวโหม่งเต็มๆแต่ว่าบอลหลุดเสาออกไป

สองนาทีต่อมา “กระบี่คู่” เกือบได้อีกคราว โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ลากมากมายดด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่ว่า เกปา ยังไวพุ่งปัดทิ้งออกไปได้

ตอนทดเจ็บนาทีที่ 90+2 เจ้าถิ่นฝ่าอีกคราว เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ ฮาคิม ซิเย็ค วิ่งมาล้มตัวยิงด้วยซ้ายเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด เชลซี ซ้ำเติมชัย 2-0

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 เดินหน้าผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้เสร็จ

รายชื่อผู้เล่นของทั้งคู่ทีม
เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เอเมอร์สัน, อันเดรียส คริสเตนสังเวย, เคิร์ท ซูม่า – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, ใบเสร็จรับเงินลี่ กิลมัวร์, มาเตโอ โควาซิช, เบน ชิลเวลล์ – คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เมาน์ท -โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล – จอร์จ บัลด็อค, ฟิล จากิลก้า, เอ็นดา สตีเว่นส์, เบน ออสบอร์น – เจย์เด้น โบเกิ้ล, จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค

ตราหมี เฉือนหวิว อลาเบส 1-0 นำหัวหน้าฝูงลาลีกาต่อ

แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด เก็บชัยชนะเหนือ อลาเบส 1-0 คว้าสามแต้มสำคัญ นำหัวหน้าฝูงลาลีกา ห่าง เรอัล มาดริด 6 คะแนน แล้วก็ห่างจากบาร์เซโลน่า 4 คะแนน

การแข่งขันบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ฤดู 2020-21 ระหว่าง “ตราหมี” แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน รับการมาเยี่ยมของ อลาเบส ชั้น 19 ของตาราง

แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด เกมนี้ไม่มีเฟลิกซ์ ที่ติดโทษแบน พวกเขามาเล่น 4-4-2 โดย ซัวเรซ,คอร์เรอา จับคู่หน้า กึ่งกลางมี เลอมาร์,ญฮเรนเต,โกเก้,การ์ราสหรูหรา แนวรับซ้ายไปขวาเป็น เอร์โมโซ่,กิเมเนซ,ซาวิช,ทริปเปียร์ แล้วก็ โอบลัคเฝ้าเสา

ส่วนฝั่งอลาเบสมาเล่น 4-1-4-1 โดยทิ้ง โฆเซลู ไว้เป็นหน้าค้ำแล้วก็มี โชต้า,เมนเดซ,ปอนส์,เปลเลสตรี รอหนุนจากกึ่งกลาง

ผลปรากฏว่า แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด เอาชนะ อลาเบส ไป 1-0 โดย ตราหมี ได้ประตูในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากรอบจุดโทษ แล้วก็เป็น หลุยส์ ซัวเรซ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

ทำให้ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 66 คะแนน นำเป็นหัวหน้าฝูงต่อไป ทิ้งห่างกลุ่มชั้นสองอย่าง บาร์เซโลน่า 4 คะแนน แล้วก็มีคะแนน ห่างชั้น 3 อย่าง เรอัล มาดริด ไปเป็น 6 คะแนน

รอบรองฯ เอฟเอ คัพ มีซี้ด!!! เชลซี ฟัด แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ ดวล เซาแธมป์ตัน

ผลการจับฉลากศึก เอฟเอ คัพ 2020/21 รอบรองชนะเลิศ เชลซี จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ เลสเตอร์ ซิตี้ จะพบกับ เซาแธมป์ตัน

ฟุตบอลถ้วยดินแดนผู้ดีได้คู่ชิงชัยในรอบ 4 กลุ่มท้ายที่สุดเป็นที่เป็นระเบียบโดย “สิงห์บลู” เชลซี ที่เข่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ในคืนวันอาทิตย์จะ ได้ดวลกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน มาด้วยสกอร์ 2-0

ในเวลาที่อีกคู่จะเป็นการเจอกันของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 จะพบกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน

ทั้งนี้ โปรแกรมอีกทั้ง 2 คู่จะฟาดแข้งกันในวันที่ 17 ม.ย.นี้

ผีแดง ดวล กรานาดา, ปืนใหญ่ ฟัด สลาเวีย ปราก ศึกยูโรปาลีก รอบก่อนรองฯ

ผลของการจับสลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมท้ายที่สุด และ รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มี.ค. ออกมาเป็นที่เป็นระเบียบ

ผลของการจับสลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ( 8 ทีมท้ายที่สุด)

– กรานาดา (สเปน) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

– อาร์เซนอล (อังกฤษ) พบ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

– อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) พบ โรมา (อิตาลี)

– ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) พบ บีญาเรอัล (สเปน)

ชิงชัยเลกแรกวันที่ วันที่ 8 เดือนเมษายน และ ชิงชัยเลกลำดับที่สองวันที่ 15 เดือนเมษายน

รอบรองชนะเลิศ

ผู้ชนะระหว่างคู่ กรานาดา (สเปน) หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) พบ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) หรือ โรมา (อิตาลี)

ผู้ชนะระหว่างคู่ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) หรือ บีญาเรอัล (สเปน) พบ อาร์เซนอล (อังกฤษ) หรือ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

ชิงชัยเลกแรกวันที่ 29 เดือนเมษายน และ ชิงชัยเลกลำดับที่สองวันที่ 6 พ.ค.

รอบชิงแชมป์
วันที่ 26 พ.ค. (เอเนอร์ก้า กดังส์ค อารีที่นา, ประเทศโปแลนด์)

“ป็อกบา” วีรบุรุษ! ซัดนำชัยพาผีแดง บุกเชือด เอซี มิลาน 1-0 ทะลุรอบ 8 กลุ่ม ยูโรปาลีก

บอล ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2020/21
รอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด เลกที่ 2
วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2021

เอซี มิลาน 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(รวมผลสองนัดหมาย แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)

สนาม : ซาน สิโร

พอล ป็อกบา ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาเป็นตัวสำรองช่วยยิงประตูเดียวของเกมส่งให้ต้นสังกัดของเขาบุกมาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ถึงถิ่นรวมทั้งเข้ารอบต่อไปได้เสร็จด้วยสกอร์รวม 2-1

นาทีที่ 12 จังหวะแรกของเกมมาจาก แฟร์นันดส์ ที่ยิงข้ามคานออกไป โดยต้องสรรเสริญการผลิตจังหวะของ ชอว์ ที่แหวกหนีแนวรับของ ไม่ลาน มาได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะอีก 2 นาทีถัดมา เคสสิเย จะได้โอกาสลองยิงไกลดูบ้างแต่ว่าก็เบาจนถึงไม่ได้ทำให้ เฮนเดอร์สัน ต้องออกโรงมากสักเท่าไรนัก

ผ่านไป 20 นาที่ เกมดูเหมือนเริ่มเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆข้างหลังที่ผ่านมาอีกทั้ง 2 กลุ่มเล่นกันแบบค่อนข้างระแวดระวังตัว
นาทีที่ 40 เซเลอมักเกอร์ส ได้โอกาสทองคำจากหน้าปากประตูแต่ว่ายิงไปตรงตัว เฮนเดอร์สัน

ก่อนหมดเวลา 45 นาทีแรก ชัลฮาโนกลู โยนบอลเข้าไปถึง อาจารย์นิช ได้ยิงแต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 47 ป็อกบา ที่เพิ่งถูกส่งลงมายิงให้กลุ่มออกนำไปแล้ว 0-1 ในจังหวะขลุกขลิกกันอยู่ในกรอบจุดโทษดูอย่างกับว่า ปิโอลี จะสั่งให้ผู้ร่วมทีมของเขาเล่นเกมรุกเต็มดูดจากการที่อีกทั้ง 2 ฟูลแบ็ครวมทั้ง ฟรองค์ เคสสิเย เริ่มยืนสูงขึ้นมาเรื่อยๆในดินแดนของ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 73 ไม่ลาน แทบได้ตีเสมอจากจังหวะโหม่งของ อิบราฮิโมวิช แต่ว่า เฮนเดอร์สัน ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งเอาไว้ได้

แล้วหลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ใ จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เอซี มิลาน 1-0 รวมผลสองนัดหมายกลุ่มซาตานแดงผ่านเข้ารอบต่อไป ด้วยสกอร์รวม 2-1

รายชื่อผู้เล่นที่ลงไปในสนาม

เอซี มิลาน : จานลุยจิ ดอนที่นารุมม่า,ปิแอร์ ค้างลูลู (ดีเอโก้ ดาโลต์ น.65),ฟิค้างโย่ โทโมรี่,ซิมง เคียร์,เตโอ แอร์กน็องเดซ,ราเด้ อาจารย์นิช (บราฮิม ดิอาซ น.72),ฟร้องค์ เกสสิเย่,ซูอาลิโอ เมอิเต้,ซามู กาสติเยโฆ่ (ซลาตัน อิบราฮิโมวิช น.65),ฮาคาน ชาลาโนลู,อเล็กสิส ซาเลเมเกอร์ส

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน,อารอน วาน-บิสซาก้า,วิคโคนร์ ลินเดเลิฟ,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,ลุค ชอว์,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์,เฟร็ด,เมสัน กรีนวู้ด,บรูโน่ แฟร์นันเดส, แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด (ปอล ป็อกบา น.46)

มาตามนัด! “เรือใบ” ควง “ชุดขาว” ฉลุยรอบ 8 ทีม ศึกแชมเปียนส์ลีก

การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2020-21 รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด นัดหมายสอง เมื่อคืนนี้วันพุธที่ 16 มี.ค.64 มีแข่งขัน 2 คู่ คู่ที่น่าสนใจที่สนามปุสกัส อารีท้องนา (สนามกลาง) “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ พบกับ “สิงห์ชายหนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค จากเยอรมนี โดยครั้งแรก แมนฯ ซิตี้ ชนะมาได้ก่อน 2-0

ฝั่งเรือใบสีฟ้า ที่เอาชนะในเลกแรกมา 2-0 นัดหมายนี้ จัดทีมในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด ยักษ์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ แล้วก็ ฟิล โฟเด้น เป็นสามประสานในแนวรุก

ทางด้านสิงห์ชายหนุ่ม เลือกใช้แผน 4-3-1-2 วาง ลาร์ส สตินด์ล เป็นตัวทำเกม โดยมี มาร์คัส ตูราม จับคู่กับ บรีล เอ็มโบโล ในดินแดนหน้า

ผลที่ตามมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 2-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 4-0 โดย “เรือใบสีฟ้า” ได้ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 12 แล้วก็อิลคาย กุนโดกัน นาทีที่ 18เกมอีกคู่ที่สนามอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน “พระราชาชุดขาว” เรอัล มาดริด จากประเทศสเปน เปิดบ้านรับการมาเยี่ยมของ อตาลันตา โดยครั้งแรก เรอัล มาดริด บุกไปชนะมาได้ก่อน 1-0

ซีเนดีน ซีดาน ที่ปรึกษาเจ้าบ้าน ซึ่งกุมความเป็นต่อจากการบุกชนะมาได้ก่อนในครั้งแรก 1-0 เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ใช้คู่แนวรุกเป็น วินิซิอุส จูเนียร์ ประสานงานร่วมกับ ค้างขอบ เบนเซมา

ด้านทีมเยี่ยมของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี ต้องชนะผลต่างเกิน 2 ประตูขึ้นไป ถ้าหากหวังจะกลับเข้ารอบ วางหมากมาในแผน 3-4-3 ใช้สามแนวรุกเป็น รุสลัน มาลินอฟสกี้, หฝ่าส์ มูเรียล แล้วก็ มาริโอ ขว้างซาลิช

ผลที่ตามมา เรอัล มาดริด คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่ชนะ อตาลันตา 3-1 คว้าชัยด้วยประตูรวม 4-1 โดย “พระราชาชุดขาว” ได้ประตูจาก ค้างขอบ เบนเซมา นาทีที่ 34, จากจุดโทษของ เซร์คิโอ รามอส นาทีที่ 60 แล้วก็มาร์โก อเซนซิโอ นาทีที่ 84 ส่วนทีมเยี่ยมตีไข่แตกได้จาก หฝ่าส์ มูเรียล นาทีที่ 83

ตัดเกรดหน้าแข้ง ลิเวอร์พูล เกมเอาตัวรอดดับ วูล์ฟส 1-0 – Player Ratings

การแข่งขันชิงชัย :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันชิงชัย : คืนวันจันทร์ที่ 15 เดือนมีนาคม 2021
เวลาชิงชัย : 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลของการแข่งขัน : วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 หงส์แดง
สนาม : โมลินิวซ์ เกรียวกราวนด์
คะแนนนักเตะ หงส์แดง
อลิสชอน เบ็คเกอร์ – 6/10
เกือบเสียท่าเสียประตูในตอนต้นเกม ทำได้ดีสำหรับการยืนตำแหน่งคุ้มครองลูกโหม่งจากแนวรุกของเจ้าบ้าน

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – 7/10
แทงอลง่ายไปสักนิดสักหน่อยในตอนต้นเกมแต่ว่าเบาๆจับจังหวะของตนเองได้และก็มีส่วนร่วมสำหรับการเปิดเกมรุกจากริมเส้นฝั่งขวาอย่างต่อเนื่อง

แนท ฟิลลิปส์ – 8/10
โดดเด่นสำหรับการคุ้มครองลูกกลางอากาสจาก วูล์ฟส เป็นคนเริ่มชิงโหม่งถึงที่กะไว้กลางสนามในจังหวะอันนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการได้ประตูของทีม

โอซาน คาบัค – 7/10
มีปัญหาสำหรับการรับมือกับความเร็วของ อดามา ตราโอเร ให้เห็นอยู่บ้างแต่ว่าโดยรวมนับว่ายังสามารถเอาตัวรอดได้ดิบได้ดี

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – 6/10
ไม่ใช่วันที่เจ้าตัวอยู่ในฟอร์มที่ดีนักทั้งในเกมรับและก็เกมรุก